จากเด็กฝึกสู่ศิลปินความเป็นมาของสมาชิกวง GOT7 ทั้ง7 คน

ความเป็นมาของสมาชิกวง GOT7 ทั้ง7 คน

มาร์ค

ตอนที่เขากำลังออกไปเที่ยวกับเพื่อนในอเมริกามีแมวมองจากค่าย JYPมาชวนเขาไปออดิชั่น ซึ่งมาร์คบอกว่าเขาไม่ได้สนใจวงการเคป็อปมากนัก เขาชอบในเสียงดนตรี และไม่รู้จักค่าย JYPมาก่อน จึงไปปรึกษากับพ่อแม่ และพ่อแม่ก็อนุญาตให้เขาไปออดิชั่น เขาผ่านรอบออดิชั่นจากการร้องเพลง “When I’m Gone” ของ Eminem  มาร์คผ่านการออดิชั่นJYP Global Audition ที่LAและมาเป็นศิลปินฝึกหัดที่เกาหลีในปี2010 จนกระทั่งได้รับโอกาสให้แสดงบนเวทีในฐานะเด็กฝึกหัด ตั้งแต่นั้นเขาเริ่มฝันว่าจะได้เป็นศิลปิน การแสดงในครั้งนั้นทำให้เขาสนุกมาก หลังจากฝึกอยู่ 3 ปี 6 เดือน มาร์คเดบิวส์ในฐานะสมาชิกวง GOT7
มีความสามารถในการต้นฮิปฮอปและศิลปะการต่อสู้อีกด้วย

Loading...

แบมแบม

เมื่อตอนยังเด็กแบมแบมไม่มีความฝันอยากจะเป็นนักร้อง แต่คุณแม่พาไปดูคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีที่ดังที่สุดในขณะนั้นคือ เรนแบมแบมก็เริ่มอยากร้องเพลงและเต้น เพราะอยากเท่เหมือนเรน นักร้องที่จุดประกายความฝันของแบมแบม แบมแบมเริ่มเข้าแข่งขันเต้นและเข้าตากรรมการอย่างมากในงาน Rain Cover Dance Contest ปี2007ซึ่งตอนนั้นแบมแบมมีอายุเพียง 10 ขวบเท่านั้น แมวมองจากค่าย JYP จึงชวนแบมแบมเข้ามาออดิชั่น แต่แบมแบมก็ปฏิเสธไปเพราะยังเด็กมาก หลังจากนั้นแบมแบมก็ชนะการแข่งขันในรายการ LG Entertainer in Thailand และได้เป็นหนึ่งในสมาชิก โปรเจควง We Zaa Cool กลุ่มเด็กไทยที่มีอายุ13-16ปีในขณะนั้นเพื่อไปแข่งเต้นที่เกาหลี วงเดียวกับลิซ่า Blackpink ผลการแข่งขันคือ ทีม We Zaa Cool ได้ที่สอง ทางค่ายJYPที่เป็นส่วนหนึ่งในผู้ดูแลโปรเจคนี้จึงมีข้อเสนอแบมแบมอีกครั้ง ให้เข้ามาเป็นเด็กฝึกของค่ายJYPได้เลยโดยไม่ต้องผ่านการออดิชั่น แบมแบมจึงได้มาฝึกเป็นศิลปินที่เกาหลี 3ปีต่อมามีการฟอร์มวงบอยกรุ๊ปใหม่ของJYP ซึ่งในตอนนั้นมีเพียง 6 คน แต่พัคจินยอง CEOของค่ายก็เพิ่มแบมแบมเข้ามาเป็นคนสุดท้าย ถึงแม้ว่าตอนนั้นแบมแบมอายุน้อยมาก แต่ทุกคนเห็นความสามารถของเขาจนเป็นส่วนหนึ่งของวง GOT7มาจนถึงทุกวันนี้

แจ็คสัน

แม้ว่าแจ็คสันจะมาจากฮ่องกง แต่เขาก็คุ้นเคยกับเกาหลีเป็นอย่างดีผ่านทางกีฬาฟันดาบ ที่เขาเก่งจนเป็นนักกีฬาทีมชาติเหมือนคุณพ่อของเขา และยังมีเพื่อนชาวเกาหลีตอนที่เรียนอยู่ที่โรงเรียน American International School of Hong Kong ด้วย แจ็คสันบอกว่าเขาชอบฟังแร็ปเกาหลีอย่างผลงานเพลงของ Dynamic Duo และ Dok2 ในปี 2010 แจ็คสันได้รับการทาบทามจาก JYP Entertainment
ขณะที่เขากำลังเล่นบาสเกตบอลอยู่ที่โรงเรียน เขาชนะอันดับ 1 จากผู้เข้าแข่งขัน 2,000 คน ในการออดิชั่นของ JYP อย่างไรก็ตามพ่อแม่ของเขาไม่ยอมในตอนแรกที่จะให้แจ็คสันเดินตามความฝันในการเป็นนักร้อง เขาควรจะเตรียมตัวเพื่อไปแข่งโอลิมปิกที่ลอนดอน อย่างไรก็ตามพ่อแม่ของเขายอมให้เขาทำตามความฝันโดยตั้งเงื่อนไขว่า จะให้เขาไปเป็นนักร้องหากเขาสามารถชนะในการแข่งขันฟันดาบรอบต่อไปได้
ผลลัพธ์ก็คือแจ็คสันสามารถคว้ามาได้ 2 เหรียญทองจากการแข่งขันในระดับเอเชีย เขาอยู่ในอันดับ 11 ของอันดับทั่วโลก และอันดับ 1 ในเอเชีย  แจ็คสันบอกว่าเขาเคยได้รับการเสนอทุนโควต้านักกีฬาจากมหาวิทยาลัยฮ่องกงและมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แต่เขาปฏิเสธไป และทำตามความฝันไปเป็นศิลปินฝึกหัดที่เกาหลี ในปี2011 และหลังจากฝึกได้ 2 ปี พร้อมกับมาร์ค (Mark), ยูคยอม (Yugyeom) และ แบมแบม (BamBam) เขาเดบิวส์ในฐานะสมาชิกวง GOT7

ยองแจ

ยองแจชอบร้องเพลงกับพี่ชายตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากที่พี่ชายต้องเข้ากรม ยองแจเริ่มเข้าเรียนในสถาบันดนตรีและฝึกฝนอย่างจริงจัง แต่ด้วยฐานะทางบ้านที่ค่อนข้างยากจน ทำให้เขต้องทำงานพาร์ททามหาเงินส่งตัวเองเรียนในโรงเรียนที่สอนด้านการร้องเพลงซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง และต้องเดินทางจากมกโพมาเรียนที่โซล แต่เขาก็ไม่ท้อ ตอนที่เขาเรียนอยู่ในสถาบัน เขากับพี่ชายก็ยังคงร้องเพลงด้วยกันอยู่ โชคดีที่สถาบันที่ยองแจเรียนได้จัดออดิชั่นสำหรับ JYP และเขาผ่านออดิชั่นในครั้งนั้น  เขาฝึกประมาณ 1 เดือนและถูกเลือกให้เป็นหนึ่งใน 6 คนเป็นสมาชิกบอยกรุ๊ปวงใหม่ของ JYP ยองแจซ้อมเพื่อเดบวิต์อยู่ 6 เดือน ก่อนจะเดบิวส์ในฐานะสมาชิกวง GOT7
ยองแจสารภาพในรายการวิทยุว่าก่อนเดบิวส์เขาอวบมาก และเขาลดน้ำหนักไปได้ 7 กิโลกรัมแล้วตั้งแต่ที่เริ่มมาเป็นเด็กฝึกหัด

เจบี (JB)

เจบีเริ่มสนใจวงการเคป็อปตอนที่เขาอายุ 7 ขวบ เขาเป็นแฟนคลับของวง g.o.d เขาเริ่มฝึกฝนการเต้นและร้องเพลงอย่างจริงจังจากก่อนหน้าที่ทำเป็นงานอดิเรก หลังจากได้เห็นเพื่อนบ้านของเขาเต้นตอนที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น เขาเริ่มรู้ว่าตัวเองสนใจและฝึกการเต้นอย่างจริงจังตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.3 ในตอนแรกเจบีฝันอยากเป็นนักเต้นเบรกแดนซ์ เขาเคยบอกว่าความรู้สึกโดดเดี่ยวจะหายไปเมื่อเขาได้เต้น เขาได้รับการทาบทามจาก JYP ในห้องน้ำหลังจากการแข่งขันเต้น เบรกแดนซ์ เจบีเจอจินยอง (Jinyoung) ครั้งแรกในงานออดิชั่นที่มีผู้เข้าร่วมออดิชั่นกว่า 10,000 คน เขาและจินยองได้ที่1 ในการออดิชั่น หลังจากมาเป็นเด็กฝึกหัด เขาเริ่มหลงรักการร้องเพลงพอๆกันกับความรักการเต้น ในการสัมภาษณ์หนึ่ง เจบีบอกว่า “การเต้นคือส่วนหนึ่งของชีวิตผม และผมชอบการร้องเพลงเพราะผมรักมัน” เขาเป็นเด็กฝึกหัดที่มีความแน่วแน่ ฝึกทุกอย่างที่ฝึกได้ ชีวิตการเป็นเด็กฝึกหัดของเขาสนุกสนาน เขาเรียนจบไฮสคูล และดรอปเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นศิลปิน หลังจากฝึกได้ 2 ปี 6 เดือน เจบีได้เดบิวส์ในผลงานซีรีย์เรื่องแรกคือ Dream High 2 และทำเพลงใน JJ Project กับจินยอง ก่อนจะเดบิวส์ในฐานะสมาชิกของ GOT7

จินยอง (Jinyoung)

จินยองอยากเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่เขายังเป็นเด็กเขาเริ่มเรียนเต้นประมาณ 3 เดือน แต่เขาไม่ค่อยจริงจังกับมันเท่าไหร่ จนทำให้พ่อของเขาบอกว่า ลูกไม่สามารถประสบความสำเร็จได้หรอกถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ ตอนนั้นจินยองเสียใจมาก แต่ก็รู้สึกมีแรงผลักดันให้เขาพยายามมากขึ้น หลังจากฝึกฝนอย่างหนักตลอด 3 เดือน เขาก็พบว่าเขาทำได้ดีในเรื่องการเต้น เขาผ่านการออดิชั่นของ JYP และได้ที่1พร้อมกับเจบี ทำให้เขาสนิทกันตั้งแต่เป็นเด็กฝึก เขาเดบิวส์ในงานแสดงซีรีย์เรื่อง Dream High 2 ในปี 2011 ตามด้วยเพลง “Bounce” ในฐานะสมาชิกของ JJ Project กับเจบี  ในเดือนพฤษภาคม 2010 นอกจากนี้เขายังปรากฏตัวในซีรีย์เรื่อง When a Man Falls in Love อีกด้วย ก่อนจะเดบิวส์ในฐานะสมาชิกของ GOT7

ยูคยอม

ยูคยอมชอบดนตรีมาตั้งแต่เรียนชั้นประถม ตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมต้น เขาเริ่มแกะท่าจากวิดีโอแทนที่จะไปเรียนอย่างจริงจัง ยูคยอมได้รับการติดต่อจากญาติ ซึ่งเป็นผู้สอนเต้นในสถาบันการเต้นแห่งหนึ่งหลังจากได้เห็นวิดีโอที่ยูคยอมเต้น หลังจากนั้น ยูคยอมเริ่มไปเข้าเรียนที่สถาบันสอนเต้นของญาติ ที่ครูสอนเต้นอีกคนหนึ่ง เป็นคนสอนเต้นให้เด็กฝึกหัด JYP ด้วย ยูคยอมได้รับการติดต่อเพื่อให้ออดิชั่นกับ JYP และได้เป็นฝึกหัดในค่ายในที่สุด ยูคยอมเริ่มฝึกใน JYP ประมาณช่วงปลายปี 2010 – ต้นปี 2011 เขายอมรับว่าตอนที่เป็นเด็กฝึกหัด เขาเคยอิจฉาแบมแบมที่น่ารักและตัวเล็กกว่า ทำให้ทุกคนดูแลแบมแบมดีกว่าเขา ส่วนแบมแบมก็ยอมรับว่าอิจฉาความสูงของยูคยอมที่ดูสมเป็นลูกผู้ชายมากกว่า ทั้งคู่เถียงกันเรื่องนี้ตลอด แต่สุดท้ายแล้วสองคู่หูก็ได้เดบิวต์เป็นวง GOT7 ด้วยกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก จัดอันดับ kpop

Loading...