แบมแบม GOT7 เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับชีวิตของเขาในเกาหลีและในประเทศไทย

แบมแบม GOT7 เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับชีวิตของเขาในเกาหลีและในประเทศไทย​ รวมถึงความ​ปรารถนาที่จะสร้างชื่อเสียงในฐานะศิลปินในเกาหลีด้วย

แบมแบม GOT7 นั่งให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมากับทางนิตยสาร ‘Allure’ ฉบับเดือนมิถุนายนเกี่ยวกับเรื่องราวอาชีพ, ภูมิหลังในอดีต​ และอนาคตของเขา

อย่างแรกที่เราเห็นในภาพเดี่ยวของเขา​ คือ​ แบมแบมดูมีความสุขและผ่อนคลายมากกับการพักผ่อนในช่วงฤดูร้อน​ โดยเขาเดินเล่นและสำรวจไปตามห้องโถงของโรงแรมด้วยตัวเอง​ ในการสัมภาษณ์ต่อจากนั้นแบมแบมได้ตั้งชื่อฤดูร้อนที่เขาชอบว่าเป็นฤดูโปรดของเขาพร้อมทั้งกล่าวเพิ่มเติมว่า​ “ผมคิดว่าฤดูร้อนในเกาหลีนั้นสวยงามมาก​ บางทีอาจจะเป็นเพราะที่นี่มีภูเขาเยอะ แต่มันก็ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติที่ร่มรื่นและเขียวขจีมาก​ สำหรับผมแล้วฤดูร้อนในเกาหลีจะค่อนข้างชื้นมากกว่าฤดูร้อนในประเทศไทย และผมก็ชอบกลิ่นของความชื้นในฤดูร้อน

Loading...

ต่อจากนั้นแบมแบมก็ได้เปิดใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตเกือบครึ่งหนึ่งของเขาในเกาหลีใต้​ ซึ่งอยู่ห่างจากประเทศบ้านเกิดของเขา โดยเขาบอกว่า​ “มันไม่ได้พิเศษขนาดนั้น​นะ​ ผมคิดว่าผมรู้สึกคุ้นเคยกับประเทศเกาหลีมากขึ้นแล้วในตอนนี้​ โดยเฉพาะในตอนที่ผมต้องใช้สิ่งที่จำเป็นในการใช้ชีวิต​ อย่าง​เช่น​ แอปบริการจัดส่ง​ เมื่อผมกลับไปเมืองไทยผมรู้สึกเหมือนไม่รู้จักเมืองนี้อีกต่อไปแล้ว ถนนหนทางมันเปลี่ยนไปหมดเลย​ ผมลืมแม้กระทั่งวิธีการนั่งรถไฟใต้ดิน​ (เสียงหัวเราะ) ถึงแม้ว่าในอนาคตผมจะมีอายุมากขึ้นและไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป แต่ผมก็ยังไม่อยากเลือกที่ใดที่หนึ่งเพื่อตั้งถิ่นฐาน ผมต้องการใช้ชีวิตในทั้งสองประเทศต่อไปเรื่อย​ ๆ”

เมื่อถูกถามว่า​อะไรคือความแตกต่างระหว่างการใช้ชีวิตในประเทศไทยและการใช้ชีวิตในเกาหลี?​ แบมแบม​ก็ตอบว่า “มันต่างกันนิดหน่อย​เพราะสถานะของผม​ มันมีความแตกต่างกันเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนั้น”

จากนั้นผู้สัมภาษณ์ก็ได้ชี้แจงว่า “คุณหมายถึงการที่มีใบหน้าของคุณติดอยู่ทั่วกรุงเทพฯ​ ตั้งแต่สนามบินไปจนถึงทางเข้าเมืองใช่ไหม?” แบมแบมหัวเราะและพูดว่า “ใช่แล้ว​ ตำแหน่งและสถานะของผมแตกต่างกันมากเมื่อเทียบกับตอนที่ผมอยู่เมืองไทย​ ซึ่งมันตรงข้ามกับตอนที่ผมอยู่ที่เกาหลีเลย​ ผมต้องการทำให้มันสมดุล เพราะที่นี่ผมสามารถไปได้ทุกที่ที่ผมต้องการอย่างสบาย ๆ (เสียงหัวเราะ) ในไทยผมทำอะไรไม่ค่อยได้เลย ผมไม่สามารถออกจากโรงแรมได้ และแฟน ๆ ก็มักจะอยู่รอบ ๆ บ้านของครอบครัวผม​ ดังนั้นผมจึงไปที่นั่นไม่ได้เหมือนกัน​ ด้วยความที่ผมไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลยทำให้บางครั้งความจริงเรื่องนี้ก็กระทบกระเทือนใจของผม อย่างตอนที่ผมทิ้งทุกอย่างไว้และมาถึงเกาหลี จากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลย มันให้ความรู้สึกเหมือนช่วงเวลาสองสามวันที่ผมอยู่ในประเทศไทยเป็นเพียงแค่ความฝัน”

สุดท้ายแบมแบมกล่าวว่า “ถึงแม้ว่าผมจะเริ่มต้นที่เกาหลี แต่ผมก็รู้สึกเหมือนกับว่าผมยังไม่ได้รับการยอมรับที่นี่เลย​ ผมได้สร้างรากฐานไว้สำหรับตัวเองทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ​ จริงอยู่ที่การโปรโมตในต่างประเทศจะมีความสำคัญเหมือนกัน แต่ผมก็ยังอยากได้รับการยอมรับในเกาหลีด้วย​ ผมคิดว่าถ้าทำได้จะทำให้สิ่งต่าง​ ๆ​ ที่เหลืออยู่ง่ายขึ้น​ ผมเลยวางแผนว่าจะมุ่งไปที่การโปรโมตในเกาหลี และผมก็หวังว่าจะได้เห็นผลลัพธ์ที่ดีจากสิ่งนั้น”

Loading...